1.มหาวิทยาลัยนเรศวร
หลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน บริเวณหน้าคณะวิทยาศาสตร์ ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะอยู่บ่อยครั้ง โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย อีกเรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่งมีน้องที่คณะ พยาบาลเป็นลมเพราะเห็น กองทัพพระนเรศวร เดินทัพลอยมาจากบนฟ้า!!
2.มหาวิทยาลัยกรุงเทพศาลที่ว่านี้ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัย ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าศาลหอแกรนด์เพราะตั้งอยู่หน้าหอแกรนด์คอนโด ซึ่งกิตติศักดิ์ความน่ากลัวนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมีทั้งผีอิสลาม ผีผู้ชายร่างสูงใหญ่ตาแดง หรือเคยเกิดเหตุการณ์โดดตึก โดนยิงมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งที่น่าสนใจคือศาลนี้จะเห็นเฉพาะเด็กปี 1 ที่เข้ามาใหม่และไม่เคยได้ยินหรือรู้เรื่องราวเกี่ยวกับศาลแห่งนี้มาก่อน ศาลแห่งนี้มีการหลอกหลอนที่ไม่ธรรมดาเพราะเด็กปี 1 แต่ละคนจะเห็นศาลลักษณะต่างกันไป บ้างก็เห็นเป็นศาลไม้เก่าๆ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นศาลปูนสีขาวใหญ่โต ซึ่งคนที่เห็นจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “พอเดินผ่านอีกครั้ง ก็ไม่เห็นศาลนั้นอีกแล้ว” เรื่องสยองนี้ถือเป็นเรื่องโด่งดังและสร้างความสะพรึงกลัวให้กับนักศึกษา ม.กรุงเทพไปตามๆ กัน
3.มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
เหตุเกิดที่ทางเดินระหว่างตึกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่าสมัยก่อนมีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งของคณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาควักปืนยิงสามีจนเสียชีวิต และมีเลือดสาดไปทั่วทั้งทางเดิน ต่อมาทางคณะมีการปรับปรุงพื้นบริเวณนี้ แต่แปลกที่เฉพาะทางเดินนี้เท่านั้นที่ปูนไม่ยอมแห้งสักที ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้
ส่วนที่ห้องซ้อมดนตรีไทย คณะครุศาสตร์ ก็ชวนหลอนไม่แพ้กัน เวลาที่มีคนแอบเข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย จะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงขา ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปเดินมา และได้กลิ่นธูป เมื่อถามรุ่นพี่ว่าเป็นอะไร คำตอบคือ เป็นฝีมือของเจ้าที่ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1 ด้วยนะ
4.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเฮี้ยน ความหลอน เพราะได้มีเรื่องเล่าขานต่างๆ นานา มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่เรื่องที่ถือว่าโด่งดังและเป็นตำนานที่รุ่นพี่ต้องเล่าให้รุ่นน้องฟังอยู่บ่อยๆ คือ เรื่องเล่าจาก “ตึก SCL” ตึกนี้เป็นแล็บเคมีและถือว่าเป็นตึกที่มีเรื่องเล่าเยอะที่สุดของมหาวิทยาลัยนี้เลยล่ะ เพราะตึกแห่งนี้เคยมีคนงานตกลงมาตาย และมีเรื่องเล่ามาว่าหากใครไปยืนหน้าตึกแล้วมองลอดใต้หว่างขาขึ้นไป จะเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่ที่ดาดฟ้าตึก บางคนไปอ่านหนังสือใต้ตึกตอนกลางคืน ก็จะเห็นคนเลือดท่วมเดินผ่านไปมา บ้างก็ว่าได้ยินเสียงสวดชินบัญชรทำเอาขนลุกไปตามๆ กัน
อีกที่เกิดเหตุที่น่ากลัวพอๆ กันเลยคือ “Loving Way” ฟังจากชื่อแล้วต้องคิดว่าถนนแห่งความโรแมนติกแน่ๆ แต่นี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องหลอนที่มีความโรแมนติกปนอยู่ด้วย เพราะถนนเส้นนี้จะเป็นถนนที่เด็กม.เกษตรฯ ทุกคนจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และมีความเชื่อว่าในตอนกลางวันถ้าหนุ่มสาวมาปั่นจักรยานซ้อนกัน จะทำให้สมหวังในความรัก หรือได้เป็นแฟนกันนั่นเอง แต่ถ้ามาปั่นในตอนกลางคืนล่ะจะเป็นอย่างไร และถ้าหากคนปั่นกับคนซ้อนนั่งหันหลังชนกันแล้วด้วย เขาว่ากันว่าจะเห็นอะไรบางอย่างระหว่างที่ปั่นอยู่ในถนนสายนั้น
5.มหาวิทยาลัยศิลปากร
“ลานทรงพล” คณะอักษรศาสตร์ ถึงแม้ทุกวันนี้จะเป็นสถานที่ที่ดูร่มรื่นสวยงาม และเงียบสงบ แต่หากได้ฟังถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้แล้วคงต้องผวากันแน่ๆ เพราะที่ตรงนี้เคยเป็นลานประหารนักโทษเก่า โดยสมัยก่อนจะใช้ดาบในการฟันคอนักโทษ ก็จะนำนักโทษที่ถึงเวลาประหารมาที่ลานบริเวณแห่งนี้ จากนั้นก็จะจัดการนักโทษด้วยการฟันที่คอ จนแน่นิ่งหมดลมหายใจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ลานทรงพลเป็นลานที่มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมา บ้างก็ว่ามีเด็กนักศึกษาเดินผ่านตอนกลางคืนแล้วเห็นเป็นเงาคนตัวสูงใหญ่กำลังฟันคอคนที่นั่งอยู่กับพื้นจนขาดกระเด็น บางคนก็เห็นผู้หญิงนุ่งห่มสไบมายืนบริเวณลานทรงพล
เขตพระราชวังสนามจันทร์ นั้นคือสะพาน “สระแก้ว” สถานที่ตรงนี้ถือเป็นจุดที่มีความสวยงามและชวนหลอนไปพร้อมๆ กัน เพราะในสมัยก่อนสระน้ำตรงนี้จะเป็นจุดที่นำนักโทษมาทรมานโดยการถ่วงน้ำเพื่อให้สารภาพผิด หรือเป็นการฆ่านักโทษด้วยการถ่วงลูกตุ้มให้ขาดอากาศหายใจตายนั้นเอง แต่ที่น่าแปลกใจคือสถานที่แห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาอยู่ๆ ก็กระโดดลงไปแล้วจมหายไปในวันเกิดตัวเอง บ้างก็มีคนทะเลาะวิวาทจนเกิดการต่อสู้แทงกันตายในที่สุด
6.มหาวิทยาลัยราชภััฏสวนสุนันทา
“ใต้ดินตึกศิลปกรรม” ว่ากันว่าที่ชั้น G ตึกศิลปกรรม หรือชั้นใต้ดินนั้น ในสมัยยังเป็นวังที่ตรงนี้คือคุกเก่าไว้ขังนักโทษ และในตอนกลางคืนยามที่นี้ก็จะได้ยินเสียงโซ่ลากตลอดเวลา เสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงโซ่ตรวนที่ใช้ล่ามขานักโทษ รวมถึงมีนักศึกษาคนหนึ่งเคยทำงานอยู่ใต้ดึกในเวลากลางคืน โดยนักศึกษาคนนั้นเขียนงานไปดูดบุหรี่ไปด้วย จนเห็นพระนางสุนันทามาเตือนให้เลิกดูดบุหรี่ และทุกวันนี้ก็ไม่มียามมาเฝ้าชั้นใต้ดินตอนดึกๆ อีกเลย
บริเวณชั้น 4 ตึกศิลปกรรม ซึ่งเป็นชั้นของศิลปะการแสดง ประกอบไปด้วยนาฎศิลป์ไทยกับการละครไทย และ “ครูฮอน” คือศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียนเอกนาฎศิลป์ ด้วยความรักและผูกพัน ครูฮอนจึงกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาอีกครั้ง และได้เสียชีวิตไปด้วยโรคปอดติดเชื้อ จึงมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า เมื่อราวๆ 4 ทุ่ม มียามสองคนได้ขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและไล่เด็กนักศึกษากลับบ้าน เมื่อมาถึงชั้น 4 ลิฟต์ก็เปิดออก ยามทั้งสองคนก็เห็นเงาคนลางๆยืนอยู่ที่สุดฝั่งทางเดินอีกฝั่ง

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)












