วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558

มหาวิทยาลัยที่มีผีเฮี้ยนที่สุดในประเทศ

1.มหาวิทยาลัยนเรศวร 
หลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน บริเวณหน้าคณะวิทยาศาสตร์ ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะอยู่บ่อยครั้ง โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย อีกเรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่งมีน้องที่คณะ พยาบาลเป็นลมเพราะเห็น กองทัพพระนเรศวร เดินทัพลอยมาจากบนฟ้า!!
2.มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ศาลที่ว่านี้ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัย ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าศาลหอแกรนด์เพราะตั้งอยู่หน้าหอแกรนด์คอนโด ซึ่งกิตติศักดิ์ความน่ากลัวนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมีทั้งผีอิสลาม ผีผู้ชายร่างสูงใหญ่ตาแดง หรือเคยเกิดเหตุการณ์โดดตึก โดนยิงมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งที่น่าสนใจคือศาลนี้จะเห็นเฉพาะเด็กปี 1 ที่เข้ามาใหม่และไม่เคยได้ยินหรือรู้เรื่องราวเกี่ยวกับศาลแห่งนี้มาก่อน ศาลแห่งนี้มีการหลอกหลอนที่ไม่ธรรมดาเพราะเด็กปี 1 แต่ละคนจะเห็นศาลลักษณะต่างกันไป บ้างก็เห็นเป็นศาลไม้เก่าๆ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นศาลปูนสีขาวใหญ่โต ซึ่งคนที่เห็นจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “พอเดินผ่านอีกครั้ง ก็ไม่เห็นศาลนั้นอีกแล้ว” เรื่องสยองนี้ถือเป็นเรื่องโด่งดังและสร้างความสะพรึงกลัวให้กับนักศึกษา ม.กรุงเทพไปตามๆ กัน 
3.มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์
เหตุเกิดที่ทางเดินระหว่างตึกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่าสมัยก่อนมีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งของคณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาควักปืนยิงสามีจนเสียชีวิต และมีเลือดสาดไปทั่วทั้งทางเดิน ต่อมาทางคณะมีการปรับปรุงพื้นบริเวณนี้ แต่แปลกที่เฉพาะทางเดินนี้เท่านั้นที่ปูนไม่ยอมแห้งสักที ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้
      
        ส่วนที่ห้องซ้อมดนตรีไทย คณะครุศาสตร์ ก็ชวนหลอนไม่แพ้กัน เวลาที่มีคนแอบเข้าไปนอนหลับในห้องซ้อมดนตรีไทย จะรู้สึกเหมือนมีใครมาดึงขา ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปเดินมา และได้กลิ่นธูป เมื่อถามรุ่นพี่ว่าเป็นอะไร คำตอบคือ เป็นฝีมือของเจ้าที่ที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามานอนในห้องที่ใช้ซ้อมดนตรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ กับนักศึกษาปี 1 ด้วยนะ

4.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเฮี้ยน ความหลอน เพราะได้มีเรื่องเล่าขานต่างๆ นานา มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่เรื่องที่ถือว่าโด่งดังและเป็นตำนานที่รุ่นพี่ต้องเล่าให้รุ่นน้องฟังอยู่บ่อยๆ คือ เรื่องเล่าจาก “ตึก SCL” ตึกนี้เป็นแล็บเคมีและถือว่าเป็นตึกที่มีเรื่องเล่าเยอะที่สุดของมหาวิทยาลัยนี้เลยล่ะ เพราะตึกแห่งนี้เคยมีคนงานตกลงมาตาย และมีเรื่องเล่ามาว่าหากใครไปยืนหน้าตึกแล้วมองลอดใต้หว่างขาขึ้นไป จะเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่ที่ดาดฟ้าตึก บางคนไปอ่านหนังสือใต้ตึกตอนกลางคืน ก็จะเห็นคนเลือดท่วมเดินผ่านไปมา บ้างก็ว่าได้ยินเสียงสวดชินบัญชรทำเอาขนลุกไปตามๆ กัน
      
        อีกที่เกิดเหตุที่น่ากลัวพอๆ กันเลยคือ “Loving Way” ฟังจากชื่อแล้วต้องคิดว่าถนนแห่งความโรแมนติกแน่ๆ แต่นี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องหลอนที่มีความโรแมนติกปนอยู่ด้วย เพราะถนนเส้นนี้จะเป็นถนนที่เด็กม.เกษตรฯ ทุกคนจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และมีความเชื่อว่าในตอนกลางวันถ้าหนุ่มสาวมาปั่นจักรยานซ้อนกัน จะทำให้สมหวังในความรัก หรือได้เป็นแฟนกันนั่นเอง แต่ถ้ามาปั่นในตอนกลางคืนล่ะจะเป็นอย่างไร และถ้าหากคนปั่นกับคนซ้อนนั่งหันหลังชนกันแล้วด้วย เขาว่ากันว่าจะเห็นอะไรบางอย่างระหว่างที่ปั่นอยู่ในถนนสายนั้น 

5.มหาวิทยาลัยศิลปากร
 “ลานทรงพล” คณะอักษรศาสตร์ ถึงแม้ทุกวันนี้จะเป็นสถานที่ที่ดูร่มรื่นสวยงาม และเงียบสงบ แต่หากได้ฟังถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้แล้วคงต้องผวากันแน่ๆ เพราะที่ตรงนี้เคยเป็นลานประหารนักโทษเก่า โดยสมัยก่อนจะใช้ดาบในการฟันคอนักโทษ ก็จะนำนักโทษที่ถึงเวลาประหารมาที่ลานบริเวณแห่งนี้ จากนั้นก็จะจัดการนักโทษด้วยการฟันที่คอ จนแน่นิ่งหมดลมหายใจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ลานทรงพลเป็นลานที่มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมา บ้างก็ว่ามีเด็กนักศึกษาเดินผ่านตอนกลางคืนแล้วเห็นเป็นเงาคนตัวสูงใหญ่กำลังฟันคอคนที่นั่งอยู่กับพื้นจนขาดกระเด็น บางคนก็เห็นผู้หญิงนุ่งห่มสไบมายืนบริเวณลานทรงพล     
เขตพระราชวังสนามจันทร์ นั้นคือสะพาน “สระแก้ว” สถานที่ตรงนี้ถือเป็นจุดที่มีความสวยงามและชวนหลอนไปพร้อมๆ กัน เพราะในสมัยก่อนสระน้ำตรงนี้จะเป็นจุดที่นำนักโทษมาทรมานโดยการถ่วงน้ำเพื่อให้สารภาพผิด หรือเป็นการฆ่านักโทษด้วยการถ่วงลูกตุ้มให้ขาดอากาศหายใจตายนั้นเอง แต่ที่น่าแปลกใจคือสถานที่แห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาอยู่ๆ ก็กระโดดลงไปแล้วจมหายไปในวันเกิดตัวเอง บ้างก็มีคนทะเลาะวิวาทจนเกิดการต่อสู้แทงกันตายในที่สุด 
6.มหาวิทยาลัยราชภััฏสวนสุนันทา
“ใต้ดินตึกศิลปกรรม” ว่ากันว่าที่ชั้น G ตึกศิลปกรรม หรือชั้นใต้ดินนั้น ในสมัยยังเป็นวังที่ตรงนี้คือคุกเก่าไว้ขังนักโทษ และในตอนกลางคืนยามที่นี้ก็จะได้ยินเสียงโซ่ลากตลอดเวลา เสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงโซ่ตรวนที่ใช้ล่ามขานักโทษ รวมถึงมีนักศึกษาคนหนึ่งเคยทำงานอยู่ใต้ดึกในเวลากลางคืน โดยนักศึกษาคนนั้นเขียนงานไปดูดบุหรี่ไปด้วย จนเห็นพระนางสุนันทามาเตือนให้เลิกดูดบุหรี่ และทุกวันนี้ก็ไม่มียามมาเฝ้าชั้นใต้ดินตอนดึกๆ อีกเลย 
บริเวณชั้น 4 ตึกศิลปกรรม ซึ่งเป็นชั้นของศิลปะการแสดง ประกอบไปด้วยนาฎศิลป์ไทยกับการละครไทย และ “ครูฮอน” คือศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียนเอกนาฎศิลป์ ด้วยความรักและผูกพัน ครูฮอนจึงกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาอีกครั้ง และได้เสียชีวิตไปด้วยโรคปอดติดเชื้อ จึงมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า เมื่อราวๆ 4 ทุ่ม มียามสองคนได้ขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและไล่เด็กนักศึกษากลับบ้าน เมื่อมาถึงชั้น 4 ลิฟต์ก็เปิดออก ยามทั้งสองคนก็เห็นเงาคนลางๆยืนอยู่ที่สุดฝั่งทางเดินอีกฝั่ง

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

5 ออฟฟิศสุดเจ๋งในต่างประเทศ น่าทำงานสุด ๆ


   ออฟฟิศสุดเจ๋งในต่างประเทศ ที่เห็นแล้วน่าทำงานด้วยสุด ๆ ทั้งสวย ทั้งไอเดียเจ๋ง น่าอิจฉาพนักงานออฟฟิศเหล่านี้จัง ^^
1. Selgas Cano Architecture Office  บรรยากาศใต้หลังคาอะคริลิกใส ความหนาเพียง 20 มิลลิเมตร ที่ทอดยาวออกไปบนที่ราบกลางสวนในสเปน แลดูคล้ายกับอุโมงค์แห่งนี้เต็มไปด้วยความสบายและเป็นมากกว่าที่ทำงาน
2. Google สำนักงานใหญ่และสาขาย่อยของกูเกิลยังโอบล้อมไปด้วยการออกแบบที่สวยงาม แถมยังเข้ากับพื้นที่ตั้งออฟฟิศได้ดี โดยการนำสีสันวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของแต่ละพื้นที่มาผสมผสานกับการออกแบบด้วย

3. Inventionland Design Factory หากไม่บอกว่าเป็นออฟฟิศก็คงคิดว่าเป็นดินแดนในฝันไปแล้วแน่ ๆ หลังจากที่ จอร์จ เดวิสัน ทุ่มงบกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 153 ล้านบาท เนรมิตให้พื้นที่ขนาด 5,700 ตารางเมตร กลายเป็นออฟฟิศสุดอลังการในธีมสวนสนุก ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงานและสามารถเลือกกิจกรรม เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้ตามอัธยาศัยอีกด้วย


4. Facebook จากการดีไซน์อันยอดเยี่ยมทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องประชุม รวมไปถึงห้องสันทนาการของพนักงาน ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยสีสันและบรรยากาศที่แสนสบายคล้ายกับนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน 
5. Lego ส่วนบริษัทเลโก้ก็ดีไซน์ออฟฟิศได้สมกับเป็นแบรนด์ของเล่นสุด ๆ ดังจะเห็นได้จากงานออกแบบภายในที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังมีความแปลกใหม่ พร้อมกับความสนุกสนานที่ไม่ค่อยได้เห็นในออฟฟิศทั่วไปด้วย โดยเฉพาะสไลเดอร์ยักษ์กลางออฟฟิศ และกองทัพของเล่นที่กลายมาเป็นของตกแต่งออฟฟิศไปในตัว
ว้าว ! ออฟฟิศเจ๋ง ๆ เหล่านี้ เป็นออฟฟิศที่ไม่ได้มีแต่ความสวยงามเท่านั้น เพราะยังเจ๋ง เท่ แถมยังมีบรรยากาศเหมือนบ้านอีกด้วย เห็นแล้วก็อดอิจฉาคนที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานไม่ได้จริง ๆ เลยเนอะ

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

สัมมนา หัวข้อ "พลิกพลังสร้างสรรค์สู่เศรษฐกิจดิจิทัล"

พบกับงานสัมมนา “พลิกพลังสร้างสรรค์สู่เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่คุณจะ ได้เรียนรู้อย่างเจาะลึกถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยความคิดสร้างสรรค์ กลยุทธ์ในการพลิกแพลงไอเดีย เพื่อเจาะช่องทางทำเงิน การสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจทั้งต่อภาคการผลิตและสังคมไทย ไปจนถึงการสร้างจุดแข็งให้ธุรกิจได้เปรียบในการแข่งขันระดับประเทศ
ภายในงานยังมีกิจกรรมปาฐกถาพิเศษจากผู้วางนโยบายและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลาก สาขา พร้อมร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Networking Session) และชมการแสดงผลงานของกลุ่มผู้ประกอบการ Creative Start Up Market กว่า 20 ธุรกิจมาแรงบนโลกออนไลน์ 
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ TCDC 
หรือจะลงทะเบียนผ่านทางหน้างานก็ได้
มีอาหารว่าง เเละเครื่องดื่มให้บริการในตอนช่วงเช้า และกลางวัน
โดยมีผู้ให้ความสนใจในงานสัมมนา "พลิกพลังสร้างสรรค์ สู่เศรษฐกิจดิจิทัล" ที่อาคารไปรษณีย์กลางบางรักเป็นจำนวนมาก 
อีกทั้งพิธีกรหนุ่มหล่อมาดเข้มที่ใครๆก็รู้จักกันดี ภายใต้ชื่อพี่บ็อบ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์  (ณัฐชาลูกสาวพี่บ็อบ)
ดร.คณิศ แสงสุุพรรณ ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) กล่าวรายงานเกี่ยวกับที่มาและรายละเอียดของงานสัมมนา พลิกพลังสร้างสรรค์สู่เศรษฐกิจดิจิทัล ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก
ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา พลิกพลังสร้างสรรค์สู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งกล่าวว่า "ปัจจุบันสังคมโลกเปลี่ยนไปซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอล แม้แต่การค้าขายจะเห็นได้จากในสหรัฐอเมริกา ศูนย์การค้าต้องปิดกิจการ เนื่องจากคนนิยมซื้อขายออนไลน์มากขึ้นส่วนประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ยังนิยมที่จะเดินห้างสรรพสินค้าเพื่อต้องการความเย็นหรือนัดหมายกันเท่านั้น ดังนั้นเศรษฐกิจในศูนย์การค้าจึงต้องปรับตัวด้วย"
ปาฐกถา เรื่อง "สร้างเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลด้วยดิจิทัล" โดยศาสตราจารย์ ดร. สิทธิชัย    โภไคยอุดม ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร
ปาฐกถา เรื่อง "คิดสร้างสรรค์บนพลังดิจิทัล" โดย ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
 
ภาคบ่ายจะเป็นเวทีสัมมนา "ถอดรหัสเศรษฐกิจดิจิทัล" โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ คุณอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกลรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้และผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบดร.มนูอรดีดลเชษฐ์คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายDigital Economyและคุณเรืองโรจน์ พูนผลหุ้นส่วนนักลงทุน 500 Startups โดยมีคุณไผท ผดุงถิ่นนายกสมาคมการค้าเพื่อนส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่
ช่วงที่ 2 "ใครใคร่ค้าค้า ใครใคร่ขายขาย กลยุทธ์การขาย สู่ความสำเร็จ เศรษฐกิจดิจิทัล"  กับคุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท Ookbee จำกัด และคุณจอมทรัพย์ สิทธิพิทยา CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท Exzy จำกัด โดยมีคุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Thumbup Thailand เป็นผู้ดำเนินรายการสัมมนา
ภาพบรรยากาศเข้าชมงานสัมมนา
มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น บู๊ชแสดงสินค้า 
และการแนะนำสินค้าจากผู้ประกอบการหลายบริษัท
ซึ่งจากการสัมมนาในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันได้รับความรู้ ความคิด และประสบการณ์เพิ่มขึ้น อีกทั้งสามารถนำข้อมูลข่าวสาร และเรื่องราวสาระดีๆจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทุกๆท่านไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของการประกอบธุรกิจในอนาคตภายภาคหน้านี้ได้เป็นอย่างดี

The Sea-Cret Garden Hua Hin : ที่พักหัวหินเปิดใหม่ พูลวิลล่าสีหวานชวนฝัน

ก.พาชิมพาช ขับรถมาถึงอำเภอหัวหิน ก็ตรงมาเรื่อยๆ พอผ่าน Market Village มานิดนึง ให้สังเกตด้านซ้ายมือ The Sea-Cret Garden จะอยู่ซอยหัวหิน  75/2 เป็นซอยเล็กๆ ตรงเข้ามาได้เลยถึงแล้ว The Sea-Cret Garden Hua Hin  รีสอร์ทที่เห็นแวบแรกก็หลงรัก...ตั้งแต่การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นใช้สี หวานทั้งสีขาวและสีม่วงอ่อน ทำให้ดูเรียบแต่หรูหรา แบ่งบ้านพักตามแนวขอบสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 ฝั่งอย่างเป็นสัดส่วน โดยบ้านทุกหลังมีพื้นที่ด้านหน้าบ้านสำหรับนั่งชิลล์ ด้านข้างมีต้นปาล์ม ได้อารมณ์บ้านริมทะเลแบบสุดๆ เห็นบรรยากาศแล้วก.พาชิมพาช ถึงกับฟินเลย ^0^
สระว่ายน้ำขนาดใหญ่แนวยาว ผ่านหน้าบ้านพักทุกหลัง

Deluxe Pool Access Room


พอเดินเข้ามาด้านใน บ้านพักพูลวิลล่า ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความโล่ง สะอาด สบายตา ที่ตะลึงคือห้องใหญ่มากก! กว้างตั้ง 84 ตรม. แถมจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว เริ่มจาก บริเวณห้องนอน มีเตียงนุ่มสีขาวน่าทิ้งตัว พร้อมทีวี  LCD ขนาด 50 นิ้ว คู่กับเครื่องเล่นดีวีดี และโซฟาพร้อมหมอนอิงสีหวาน ด้านข้างเป็นห้องน้ำสุดหรู ที่มีอ่างจากุซซี่ส่วนตัวน่านอนแช่น้ำอุ่นๆ ให้สบายตัว
ส่วนด้านหลังคือ บริเวณครัว ขนาดย่อมๆ ที่เพียบพร้อมด้วย มินิบาร์ เตาไมโครเวฟ ตู้เย็น และชุดเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ขยับมาอีกนิดจะเป็น บริเวณโต๊ะเครื่องแป้ง ที่มีตู้เสื้อผ้าพร้อมบานกระจกให้เราสามารถเช็คความหล่อ-สวยได้ทุกสถานการณ์ 
มีดาดฟ้าที่เจ้าของรีสอร์ทดีไซน์ไว้สำหรับให้ผู้มาเยือนได้ขึ้นไปนอนอาบแดด ชมพระอาทิตย์ตก และนับดาวบนฟ้ายามค่ำคืน หากใครได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า … บรรยากาศโรแมนติกจนลืมไม่ลงเลยล่ะ
บาร์บีคิวอาหารทะเลแบบอิ่มจุใจในมื้อเย็น ที่นี่สามารถจัดให้ได้
หลังจากนอนหลับฝันดี ก็ตื่นมารับความสดชื่นพร้อมอิ่มกับอาหารเช้า
เล่นน้ำสีฟ้าใสกว้างใหญ่สุดๆ ก่อนกลับบ้าน

                                                     ขอบคุณภาพประกอบ : FB The Sea-Cret Garden Hua hin